รีวิว bullet train

รีวิว bullet train

รีวิว bullet train

‘Bullet Train’ หรือในชื่อไทย ‘ระห่ำด่วน ขบวนนักฆ่า’ หนังแนวแอ็กชันคอมมีดี้สีสันจัดจ้านเรื่องล่าสุดของ โซนี่ พิกเจอร์ส (Sony Pictures) และ โคลัมเบีย พิกเจอร์ส (Columbia Pictures) ที่คราวนี้เลือกหยิบเอาความเป็นมาตุภูมิ บ้านเกิดเมืองนอนของโซนี่อย่างประเทศญี่ปุ่นมาเล่าในรูปแบบของหนังคอมมีดี้แอ็กชัน โดยเฉพาะการหยิบเอาเรื่องราวจากหนังสือนิยายแนวอาชญากรรมขายดีของญี่ปุ่น ที่มีศูนย์กลางของเรื่องก็คือรถไฟหัวกระสุน หรือรถไฟ ‘ชิงกังเซน’ ชื่อกระฉ่อนที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีนั่นเอง  หนังบู๊

แซ็ก โอลเกวิคซ์ (Zak Olkewicz) ผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้ ดัดแปลงบทมาจากเรื่องราวในหนังสือนิยายแนวแอ็กชันของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ‘Maria Beetle’ (2010) ผลงานของ อิซากะ โคทาโร (Kotaro Isaka) ซึ่งเรื่องดั้งเดิมเป็นการเล่าเรื่องการดวลกันของนักฆ่าบนรถไฟชิงกังเซน ซึ่งถ้าใครถ้าอยากหามาอ่านก่อนดูหนัง ก็สามารถติดต่อสำนักพิมพ์กำมะหยี่ ถามหาหนังสือเล่มนี้ฉบับแปลไทยในชื่อว่า ‘รถไฟสายนักฆ่า’ หนังสือลำดับที่ 2 ในชุด ‘ไตรภาคนักฆ่า’ จากผู้เขียนคนเดียวกันได้เลยนะครับ   ดูหนังออนไลน์

รีวิว bullet train

หนังเรื่องนี้ได้ผู้กำกับสายแอ็กชันอย่าง เดวิด ลิตช์ (David Leitch) มากำกับให้ครับ ที่บอกว่าสายแอ็กชันก็เพราะว่างานของเขานี่เด่นไปทางหนังแอ็กชันระดับบล็อกบัสเตอร์ทั้งนั้นเลย ตั้งแต่ ‘John Wick’ (2014) (กำกับร่วมกับ แชด สตาเฮลสกี (Chad Stahelski)) ‘Atomic Blonde’ (2017), ‘Deadpool 2’ (2018) และ ‘Fast & Furious: Hobbs & Shaw’ (2019)  ดูหนังใหม่

และไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ เพราะนักแสดงนำอย่าง แบรด พิตต์ (Brad Pitt) และ แซนดรา บุลล็อก (Sandra Bullock) ที่เคยเจอกันไปแล้วในหนัง ‘The Lost City’ (2022) ก็วกกลับมาเจอกันอีกครั้งในหนังเรื่องนี้ด้วยนะครับ คราวที่แล้ว พิตต์ไปรับเชิญให้หนังของบุลล็อก ครั้งนี้บุลล็อกก็เลยมารับเชิญให้หนังของพิตต์บ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วแต่เดิมบทนี้เป็นของ เลดี กาก้า (Lady Gaga) แต่เสียดายที่ตารางงานเจ๊แกไปชนกับ ‘House of Gucci’ (2021) ซะก่อน    bullet train สปอย

พล็อตเรื่อง

เรื่องราวย่อ ๆ ของหนังเรื่องนี้ ว่าด้วยเรื่องราวของนักฆ่าหนุ่มนาม ‘เลดี้บัก’ (Brad Pitt) (ชื่อน่ารักมุ้งมิ้งเชียว (555) เลดี้บักเป็นนักฆ่าประสบการณ์โชกโชน แต่มักจะพบกับจังหวะชีวิตเฮงซวย เจอเรื่องดวงกุดอยู่บ่อย ๆ ก็เลยอยากจะพักงาน สงบจิตใจ เดินเที่ยวเมืองญี่ปุ่นบ้างอะไรบ้าง แต่แล้วเขาเองก็ต้องจำใจรับภารกิจจาก ‘มาเรีย บีเทิล’ (Sandra Bullock) ให้ไปฉกกระเป๋าปริศนาใบหนึ่งบนรถไฟหัวกระสุนชิงกังเซน  ดูหนังออนไลน์

แต่แทนที่จะฉกแล้วชิ่งออกมาง่าย ๆ กลายเป็นว่า เขากลับต้องติดอยู่ในขบวนรถไฟชิงกังเซนความเร็วสูงสุด 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่มีจังหวะหยุดพักสั้นมาก แถมยังหยุดพักครั้งละไม่ถึงนาที แถมเขาเองยังก็ต้องพบว่า ขบวนรถด่วนคันนี้ไม่ได้แค่เร็วธรรมดา ๆ แต่ยังเร็วทะลุนรก เพราะเต็มไปด้วยนักฆ่าคาแรกเตอร์แปลก ๆ ทั้ง ‘แทนเจอรีน’ (Aaron Taylor-Johnson) และ ‘เลมอน’ (Brian Tyree Henry) นักฆ่าฝาแฝดผลไม้ (ฝาแฝดโลกไหนว้า) bullet train สปอยหนัง

รีวิว bullet train

การดำเนินเรื่อง

‘วูลฟ์’ (Bad Bunny) มือมีดเม็กซิกันสุดเข้ม ‘พรินซ์’ (Joey King) เจ้าชายนักฆ่าในร่างเด็กหญิง (?) ‘คิมุระ’ (Andrew Koji) นักฆ่าผู้ต้องการล้างแค้น ‘ผู้เฒ่า’ (Hiroyuki Sanada) ลุงดาบซามูไร (ชิเหน๋…) ‘ไวต์เดธ’ (Michael Shannon) ยากูซ่าสมญามัจจุราชขาว และน้อน ‘โมโมมอน’ (Momomon) นักฆ่าในคราบมาสคอต ดูหนังฟรี

แม้พวกเขาจะมีจุดประสงค์ และความแค้นแตกต่างกัน แต่พวกเขาต่างก็มีเป้าหมายและจุดหมายปลายทางเดียวกันอย่างน่าบังเอิญ ทำให้พวกเขาต้องมาตามไล่ล่าฆ่ากันบนรถไฟสายนรกสายนี้

สิ่งแรกที่สัมผัสได้ตอนดูหนังเรื่องนี้ก็คือ ตัวหนังไม่ได้พยายามจะบังคับเราให้เป็นหนังแอ็กชันเครียด ๆ ในสถานการณ์ปิดตายที่หนีลำบากอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่ตัวหนังพยายามจะเป็นหนังแอ็กชันคอมมีดี้ที่ซัดกันด้วยพล็อตที่ค่อนข้างซับซ้อน จังหวะการเล่าเรื่องแบบเอามัน เอาเบียว เอาเพี้ยนเข้าว่า และฉากแอ็กชันถึงเลือดถึงเนื้อ

รุ่มรวยคำหยาบคายสไตล์เรตอาร์ และมุกตลกที่ขนมาทุกเรตทั้งมุกน่ารัก มุกหยาบคาย และแน่นอนว่าต้องมีมุกจิกแซะวัฒนธรรมญี่ปุ่น (ซึ่งบางมุกนี่ก็แอบเชยสะบัดอยู่เหมือนกัน) bullet train เรื่องย่อ

รีวิว bullet train

รีวิว bullet train บทสรุป

นอกจากฉากแอ็คชั่นคิวบู๊มุกตลกการจัดวางเนื้อหาตัวละครที่ดีจนทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อ บรรยากาศหนังบนรถไฟโลเคชั่นเดียวก็ทำได้เชื่อสนิทใจว่า เรื่องราวที่เพลิดเพลินอยู่ตรงหน้านี้คือประเทศญี่ปุ่น รถไฟฟ้าชิงคันเซนความเร็วสูง ทั้งที่เซตติ้งการถ่ายทำทั้งหมดไม่ได้ไปสถานที่จริงอยู่ที่อเมริกา แต่การทำเนื้อหาไม่ได้หลอกตา

นักฆ่าแต่ละคนปรากฏตัวออกมาทำเรานึกว่านี่มันโลกยากูซ่าชัดๆ หนังมีความหลากหลายซาวด์ประกอบมิกซ์มาได้ลงตัวมาก มันบิ้วอารมณ์ให้เข้ากับการต่อสู้แบบชี้เป็นชี้ตายให้ตัวละคร สร้างความหึกเหิมขึ้นทันที แถมผู้กำกับยังนำเสนอในประเด็นจังหวะชีวิตคน ความซวย โชคชะตา ชะตากรรม ที่ทุกคนๆไม่รู้อนาคตข้างหน้าได้ออกมาดี

คือทุกอย่างเชื่อมโยงกันได้ดิบดี ทำให้นักฆ่าอย่าง Lady Bugs ต้องพบวันซวยๆไปเต็มๆ ช่วงท้ายๆเรื่องหนังโคตรเท่ห์มากๆ เดือดแค่ไหนแนะนำให้ไปดูในโรงรับรองไม่ผิดหวัง

แต่ถึงอย่างนั้น ตัวหนังก็ถือว่าไม่ได้เดินเรื่องไวนะครับ ตรงข้าม ตัวหนังค่อนไปทางอืดด้วยซ้ำ เพราะพอตัวหนังถูกวางให้เป็นหนังแอ็กชันคอมมีดี้ที่เน้นความเพี้ยน ฮา เบียว ฯลฯ ตัวหนังก็เลยพยายามจะทีเล่นทีจริง แบบที่น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากหนังแอ็กชันจังหวะเล่าเรื่องมัน ๆ สไตล์ กาย ริชชี (Guy Ritchie) จังหวะแอ็กชันโหดเลือดสาด

และบทสนทนายาว ๆ กวน ๆ ก็อาจพอจะเทียบเคียงกับหนังของป๋า เควนติน ตารันติโน (Quentin Tarantino) ส่วนคิวแอ็กชันที่เน้นลีลาและความตลกนี่ก็ชวนให้นึกถึงหนังของเฉินหลงได้อยู่เหมือนกัน  bullet train บทสรุป

รีวิว bullet train

โดยรวมหนัง

อีกจุดที่ผู้เขียนชอบก็คือ การนำเสนอเรื่องในธีมของความบังเอิญ โชคชะตา ความโชคดีโชคร้ายของคนนี่แหละ โดยมีนักฆ่าเลดี้บักเป็นแกนกลาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยายออกไปเป็นธีมของเรื่องที่ไปขมวดจบตอนองก์สุดท้ายได้อย่างน่าสนใจเลยแหละ แม้ว่าในอีกมุมหนึ่ง มันก็อาจจะทำให้พล็อตบางส่วนเกิดอาการเล่นท่าง่าย เอาเล่นง่าย

เล่นบังเอิญเข้าว่า ขนาดจุดหักมุมตอนท้ายเรื่องก็ยังหักกันแบบบังเอิญ ๆ เลย ซึ่งก็อาจมองว่าตัวบทเอาง่ายเข้าว่าก็ได้แหละ แต่พอซูมออกมาดูภาพรวม ก็พอจะเข้าใจได้ว่า ตัวเรื่องพยายามจงใจจะเล่นกับโชคชะตาของตัวละครตามธีมของหนังต่างหาก

อีกองค์ประกอบที่หนังเรื่องนี้ทำเอาไว้ได้ดีก็คือ การออกแบบตัวละครและ Conflict ต่าง ๆ ครับ เรียกว่าเป็นการออกแบบตัวละครที่ไม่ได้แค่เอาแค่ความเบียว มึน เน้นความเฮี้ยนเพี้ยนละเอียดแต่อย่างเดียว แต่ตัวละครทุกตัวนั้นมีที่มาที่ไป และมีความเชื่อมโยงกันอยู่ เข้าใจว่าตัวหนังเองก็เอาจุดแข็งนี้มาจากต้นฉบับหนังสือนิยายด้วยล่ะ

เชื่อได้ว่าผู้ที่ดูต้องสงสัยในตัวละครบางตัวที่ดูล้น ๆ งง ๆ หรือมาแค่แป๊บเดียว) ว่า “มาแค่นี้เนี่ยนะ ?” เหมือนผู้เขียนอย่างแน่นอน แต่พอตัวเนื้อเรื่องค่อย ๆ ปูเรื่องความสำคัญของตัวละครทีละตัวให้เห็น ถึงได้ร้องอ๋อว่าทำไมพี่มาแค่แป๊บเดียว  bullet train สนุกไหม

ส่วนในแง่ของการแสดงถือว่าโดยรวมก็โอเคครับ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) นี่ ต่อให้รุมยำหรือโดนรุมยำก็ยังเท่ แถมพี่แกยังเล่นแอ็กชันเอง 95% เชียวนะ อีกตัวละครที่เด่นมาก ๆ ก็คือคู่หูผลไม้ ‘เลมอน-แทนเจอรีน’ ครับ อันนี้เรียกว่ากวงติงกันตั้งแต่คาแรกเตอร์ ไตอะล็อก และแอ็กติงเลย ส่วนอีกคนที่เท่โคตร ๆ เป็น MVP ของเรื่องได้เลยก็คือลุง ฮิโรยุกิ ซานาดะ (Hiroyuki Sanada) ครับ เท่มาก ๆ แต่จะ “ชิเหน๋…” หรือไม่ อันนี้ต้องไปดูกันเอาเอง  หนังฝรั่ง netflix แนะนํา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น